ดอกไม้รูปวงแหวน มักพบได้ทั่วไปในเขตชนบท เป็นดอกไม้ป่าที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ ทำให้เราสามารถเห็นมันได้ในหลายพื้นที่ วันนี้เราขอพาคุณไปค้นหาความหมายและประโยชน์ของดอกไม้เล็ก ๆ แต่อัดแน่นไปด้วยคุณค่านี้กันค่ะ!
ดอกไม้รูปวงแหวน คืออะไร?
แหล่งกำเนิดและความหมายของดอกไม้รูปวงแหวน
ดอกไม้รูปวงแหวนมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bidens Pilosa และมีชื่อเรียกอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ดอกดอนบ๊วด , ดอกดอนคิม , คุกเอ้า, ซองญาลง และกุยจามเถ่า เป็นพืชล้มลุกชนิดหนึ่งที่ออกดอกและมักขึ้นเป็นพุ่มในธรรมชาติ
ดอกไม้รูปวงแหวนมีความหมายที่ลึกซึ้ง สื่อถึง “การอยู่เคียงข้างกันตลอดไป” ซึ่งมีที่มาจากตำนานของดอกไม้นี้ นอกจากนี้ยังแสดงถึงความไร้เดียงสา ความบริสุทธิ์ และความบอบบางของหญิงสาวในชนบท อีกทั้งยังสามารถเจริญเติบโตได้แม้ในพื้นที่แห้งแล้ง จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความอดทนและความแข็งแกร่งอีกด้วย
ลักษณะและการจำแนกดอกไม้รูปวงแหวน
ดอกไม้รูปวงแหวนมีความสูงประมาณ 1 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว มีก้านยาวและมักจะออกตรงข้ามกัน ใบย่อยมีลักษณะเป็นรูปหอก ปลายแหลม โคนใบมน ขอบใบเป็นหยักฟันเลื่อยใหญ่ และอาจมีขนบาง ๆ
กิ่งก้านมักจะขึ้นเป็นกลุ่ม ดอกมีสีเหลืองและมีหนาม กลีบดอกสีขาวจำนวน 3 ถึง 5 กลีบล้อมรอบเกสรสีเหลืองสด หลังจากดอกโรย เกสรจะกลายเป็นเมล็ดที่มีลักษณะเป็นผลแห้ง และปลายของเมล็ดมีหนาม
ตำนานของดอกไม้รูปวงแหวน
ดอกไม้รูปวงแหวนมีเรื่องเล่าที่ค่อนข้างเศร้า เล่าว่าในอดีตมีหญิงสาวคนหนึ่งที่มีเสียงไพเราะมาก จนทำให้ชายหนุ่มมากมายหลงใหลในเสียงของเธอ ทว่าด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ไม่งดงาม เธอไม่เคยได้รับความรักจากใครเลย
กระทั่งวันหนึ่ง มีชายพเนจรผู้หนึ่งผ่านมาและตกหลุมรักเสียงของเธอ เขาเริ่มพูดคุย เอาใจใส่ และดูแลเธอเป็นอย่างดี นั่นเป็นครั้งแรกที่หญิงสาวได้รับความรักจากคนแปลกหน้า เธอจึงเข้าใจผิดว่านั่นคือความรักที่เธอเฝ้ารอมาแสนนาน เธอทุ่มเทและหลงใหลในความสุขที่เขามอบให้โดยไม่ทันระวัง
แต่แล้วงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ชายพเนจรก็จากไปอย่างรวดเร็วโดยไม่มีคำลาแม้แต่น้อย แม้หัวใจของเธอจะเจ็บปวดแค่ไหน เธอยังคงเฝ้ารอด้วยความหวังอันริบหรี่ว่าเขาจะกลับมา เวลาผ่านไป เธอรอจนร่างกายอ่อนล้าและล้มลง ณ สถานที่ที่เคยมีความทรงจำร่วมกัน
เวลาผ่านไป ณ ที่แห่งนั้นก็ได้มีดอกไม้ชนิดหนึ่งเกิดขึ้น เป็นดอกไม้ที่ไม่มีชื่อ มีกลีบสีขาวและเกสรสีเหลืองสวยงาม ดอกไม้นี้จะปล่อยเมล็ดเล็ก ๆ ไปติดตามปลายขากางเกงของผู้คนที่เดินผ่าน ราวกับต้องการไขว่คว้าความสนใจจากใครสักคน และด้วยเหตุนี้เอง มันจึงได้รับชื่อว่า “ดอกไม้รูปวงแหวน”
วิธีปลูกและดูแลดอกไม้รูปวงแหวน
ต่อไปนี้คือวิธีการปลูกและดูแลดอกไม้รูปวงแหวนที่ Bách hóa XANH อยากแบ่งปันให้คุณได้ลองทำตามกันนะคะ:
วิธีปลูกดอกไม้รูปวงแหวนที่บ้าน
หากต้องการปลูกให้ได้ผลดี ควรใส่ใจในเรื่องของอุณหภูมิ ดินปลูก และเทคนิคการปลูกดังต่อไปนี้:
เรื่องอุณหภูมิ
ควรรักษาอุณหภูมิบริเวณที่ปลูกให้อยู่ระหว่าง 18 – 30 องศาเซลเซียส และมีความชื้นกับแสงแดดเพียงพอ เพื่อให้ต้นเติบโตได้ดี
เรื่องดินและเทคนิคการปลูก
- ดินปลูก: ดอกไม้รูปวงแหวนไม่ต้องการดินที่พิเศษมาก เพียงแค่ไม่ใช่ดินทรายก็สามารถเจริญเติบโตได้
- การเลือกต้นพันธุ์: ควรเลือกต้นที่โตแล้ว เพราะมีความสามารถในการทนแล้งและมีอัตราการรอดชีวิตสูงกว่าต้นอ่อน และควรเลือกต้นที่ยังไม่ออกดอก เพราะต้นจะยังไม่เสียพลังงานไปกับการบำรุงดอก ทำให้ปรับตัวได้ดีขึ้นหลังปลูก
วิธีดูแลดอกไม้รูปวงแหวน
- ควรรดน้ำวันละ 1 ครั้ง
- ความหนาของดินควรรักษาให้มีความลึกอย่างน้อย 3 ซม.
- ตรวจสอบไม่ให้น้ำขังเกิน 24 ชั่วโมง
- ใส่ปุ๋ย DAP ประมาณ 2 กก. ต่อพื้นที่ 100 ตารางเมตร ทุกเดือน
- ถอนวัชพืชรอบ ๆ ต้น โดยเฉพาะหญ้าญี่ปุ่นที่อาจแย่งสารอาหาร
ข้อควรระวังในการปลูกดอกไม้รูปวงแหวน
เมื่อปลูกควรใส่ใจเรื่องดินปลูกและเวลาที่เหมาะสม ควรปลูกในดินตะกอน (ดินร่วนปนทรายจากแม่น้ำ) พร้อมกับรากต้นกล้าที่สมบูรณ์
เวลาปลูกที่ดีที่สุดคือช่วงเช้าหรือช่วงเย็น หรือในวันที่อากาศไม่ร้อน เพื่อเพิ่มอัตราการรอดของต้น ควรตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอว่าดินไม่แน่นเกินไป ไม่ชื้นเกินไป และไม่มีปุ๋ยสะสมเกินความจำเป็น